อุทยานธรณีโลกสตูล

GEOPARK THAILAND Book A410_0

อุทยานธรณีโลกสตูล จังหวัดสตูล

ข้อมูลทั่วไป

         อุทยานธรณีโลกสตูลได้ประกาศเป็นอุทยานธรณีท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ครอบคลุมพื้นที่ ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอทุ่งหว้า อำเภอมะนัง อำเภอละงู และอำเภอเมืองสตูล (อุทยานแห่งชาติตะรุเตา) รวมพื้นที่ ๒,๕๙๗ ตารางกิโลเมตร อุทยานธรณีโลกสตูล มีแหล่งธรณีวิทยา ๕๓ แหล่ง แหล่งเรียนรู้ ๘ แหล่ง แหล่งนิเวศวิทยา ๔ แหล่ง แหล่งวัฒนธรรมแหล่งผลิตภัณฑ์ชุมชน และแหล่งอื่นๆ ๑๑ แหล่ง รวมทั้งสิ้น ๗๖ แหล่ง ดังนี้

  • แหล่งธรณีวิทยา
  • ๑. ถ้ำเลสตโกดอน                                            
  • ๒. น้ำตกธารปลิว                                             
  • ๓. น้ำตกธารสวรรค์                                          
  • ๔. แหล่งซากดึกดำบรรพ์เขาโต๊ะสามยอด                  
  • ๕. สันหลังมังกร                                               
  • ๖. เขาทะนาน                                                  
  • ๗. เกาะตะบัน                                                 
  • ๘. หาดทรายดำราไว                                          
  • ๙. หาดปากบารา                                              
  • ๑๐. เขตข้ามกาลเวลา เขาโต๊ะหงาย                        
  • ๑๑. หาดหินหลากสี                                           
  • ๑๒. แหล่งซากดึกดำบรรพ์อ่าวนุ่น                           
  • ๑๓. รอยต่อของยุคทางธรณี “เขาน้อย”                              
  • ๑๔. แหล่งซากดึกดำบรรพ์ “หินสาหร่ายสโตรมาโตไลต์” 
  • ๑๕. ถ้ำอุไรทอง                                                
  • ๑๖. น้ำตกวังสายทอง                                         
  • ๑๗. ล่องแก่งวังสายทอง                                       
  • ๑๘. จุดชมวิวทางธรณี (Karst) เขาควนทัง                 
  • ๑๙. ถ้ำทะลุ ป่าหลุมยุบดึกดำบรรพ์                         
  • ๒๐. เกาะลิดี-หว้าหิน                                         
  • ๒๑. หมุ่เกาะบุโหลน                                          
  • ๒๒. สันหลังมังกร ผาใช้หนี้ บ่อเจ็ดลูก                      
  • ๒๓. ล่องเรือคายัคถ้ำลอดพบรัก                             
  • ๒๔. ปราสาทหินพันยอด                                      
  • ๒๕. อ่าวฟอสซิลอายุประมาณ ๔๕๐ ล้านปี ยุคออร์โดวิเชียน  
  • ๒๖. หาดกาสิง (หอยท้ายเภา)                              
  • ๒๗. ถ้ำเจ็ดคต
  • ๒๘. ถ้ำภูผาเพชร
  • ๒๙. แหล่งซากดึกดำบรรพ์ลานหินป่าพน
  • ๓๐. จุดชมวิวถนนสวย อำเภอมะนัง
  • ๓๑. ถ้ำระฆังทอง
  • ๓๒. เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกวังใต้หนาน
  • ๓๓. เกาะตะรุเตา (อ่าวพันเตมะละกา)
  • ๓๔. เกาะตะรุเตา (ซากดึกดำบรรพ์อ่าวเมาะและ)
  • ๓๕. เกาะตะรุเตา (อ่าวตะโละวาว คุกตะรุเตา)
  • ๓๖. อ่าวสน (ธารน้ำจืดลงสู่ทะเล)
  • ๓๗. น้ำตกลูดู
  • ๓๘. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่าวตะโละอุดัง
  • ๓๙. ถ้ำจระเข้
  • ๔๐. ซุ้มหินธรรมชาติเกาะไข่
  • ๔๑. เกาะหลีเป๊ะ (หาดพัทยา)
  • ๔๒. เกาะหลีเป๊ะ (หาดซันไรซ์)
  • ๔๓. เกาะหลีเป๊ะ (หาดซันเซ็ท)
  • ๔๔. เกาะอาดัง (ที่ทำการอุทยานฯ)
  • ๔๕. เกาะอาดัง (ผาชะโด)
  • ๔๖. เกาะหินงาม
  • ๔๗. ร่องน้ำจาบัง
  • ๔๘. เกาะยาง
  • ๔๙. เกาะราวี (หาดทรายขาว)
  • ๕๐. เกาะหินซ้อน
  • ๕๑. เกาะรอ-กลอย
  • ๕๒. อ่าวลิง
  • ๕๓. เกาะผึ้ง
  • ๕๔. แหลมแต๊ะปัน (ปากบารา)
  • แหล่งเรียนรู้
  • ๑. พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล                           
  • ๒. พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า                        
  • ๓. พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาโรงเรียนทุ่งหว้าวรวิทย์            
  • ๔. บ้านของเก่าโบราณ บ้านท่าข้ามควาย
  • ๕. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาโรงเรียนกำแพงวิทยา
  • ๖. ศูนย์เรียนรู้หัตถศิลป์ “กะลาบารา”
  • ๗. บ้านรากไม้
  • ๘. วิถีชีวิตชาวมานิ                   
  • แหล่งนิเวศวิทยา
  • ๑. หอสี่หลัง                                                    
  • ๒. จุดชมวิวท่าอ้อย
  • ๓. เก็บหอย ล่องคลองแลหิ่งห้อย บ้านท่ายาง
  • ๔. ล่องแพชมหิ่งห้อยคลองละงู บ้านหัวทาง                                            
  • แหล่งวัฒนธรรมแหล่งผลิตภัณฑ์ชุมชน และแหล่งอื่นๆ
  • ๑. โบราณสถานบ่อเจ็ดลูก                                    
  • ๒. ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติบ้านท่าอ้อย                        
  • ๓. ศูนย์เรียนรู้พริกไทยสุไหงอุเป                             
  • ๔. นวดสปาสมุนไพรดึกดำบรรพ์                            
  • ๕. ศูนย์เรียนรู้ สวนควนข้อง หม้อข้าวหม้อแกงลิง                    
  • ๖. ศูนย์เรียนรู้การเพาะขยายพันธุ์พืชใกล้สูญพันธุ์
  • ๗. จักสานต้นคลุ้ม
  • ๘. สมุนไพรทักษอร
  • ๙. ปันหยาบาติก
  • ๑๐. โกปี๊นาข่า กาแฟโบราณ
  • ๑๑. ท่าเทียบเรือปากบารา

ความโดดเด่นทางธรณีวิทยา

          มีความโดดเด่นระดับนานาชาติด้านซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์ทะเลมหายุคพาลีโอโซอิคที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยและสามารถพบได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ที่มีความโดดเด่นที่ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ถ้ำภูผาเพชร น้ำตกวังสายทอง เกาะตะรุเตา เกาะอาดังราวี เกาะหลีเป๊ะ เป็นต้น

ความก้าวหน้าการดำเนินงาน

สถานภาพการเป็นอุทยานธรณีประเทศไทย

  • ๑. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ได้มีการรับรองอุทยานธรณีสตูลเป็นอุทยานธรณีประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณี (ระดับกรม)
  • ๒. ตามประกาศคณะกรรมการฯ เรื่อง แนวทางและหลักเกณฑ์เพื่อการอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาและจัดตั้งอุทยานธรณีประเทศไทย ประกาศเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๑ ได้มีข้อกำหนดให้อุทยานธรณีที่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยต้องได้รับการประเมินซ้ำทุก ๔ ปี หากผ่านเกณฑ์การประเมินจะได้รับใบเขียวเพื่อเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยต่ออีก ๔ ปี หากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจะได้รับใบเหลืองและให้ดำเนินการปรับปรุงภายใน ๒ ปี หลังจากปรับปรุงแล้วไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินอีกครั้งจะได้รับใบแดงและถูกปลดออกจากการเป็นอุทยานธรณีประเทศไทย โดยในปี ๒๕๖๓ อุทยานธรณีสตูลจะมีอายุครบ ๔ ปี และต้องได้รับการประเมินซ้ำเพื่อคงสถานะการเป็นอุทยานธรณีประเทศต่อไป
  • ๓. คณะผู้ประเมินภาคสนามได้เข้าตรวจประเมินในพื้นที่อุทยานธรณีสตูลเพื่อรับรองสถานะการเป็นอุทยานธรณีประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ ๒๙ กรกฎาคม – ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ ผลการประเมินได้ดำเนินเสร็จสิ้นแล้ว โดยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี มีการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ณ ห้องประชุมชั้น ๑๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) มีมติมอบหมายให้คณะอนุกรรมการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณีและการดำเนินงานอุทยานธรณีพิจารณาผลการประเมินซ้ำการเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยของอุทยานธรณีสตูล และเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณีต่อไป โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการนำเสนอผลการประเมินต่อคณะอนุกรรมการส่งเสริมฯ เพื่อพิจารณา

สถานภาพการเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก

  • ๑. เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๑ อุทยานธรณีสตูลได้รับการรับรองเป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก
  • ๒. ตามหลักเกณฑ์ของยูเนสโกอุทยานธรณีโลกจะต้องมีการประเมินซ้ำทุกๆ๔ปี ซึ่งอุทยานธรณีโลกสตูลมีกำหนดการประเมินซ้ำในปี พ.ศ.๒๕๖๔ และด้วยสถานการณ์วิกฤติCOVID-19ทำให้การประเมินภาคสนามของอุทยานธรณีสตูลเลื่อนออกไปจากกำหนดการปกติในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ และกำหนดใหม่ให้มีการประเมินภาคสนามในปี พ.ศ. ๒๕๖๕
  • ๓. ยูเนสโกส่งผู้ประเมินภาคสนามลงพื้นที่ตรวจประเมินซ้ำอุทยานธรณีโลกสตูลเพื่อคงสถาะการเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก ระหว่างวันที่ ๒๗ มิถุนายน – ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ โดยผู้ประเมิน ๒ ท่าน ได้แก่ Dr. Marie Luise Frey จากประเทศเยอรมนี และ Ms. Sarah Gamble จากประเทศแคนาดา
  • ๔. การประชุมสภาอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก(UNESCO Global Geoparks Council Meeting)ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๔ – ๕ กันยายน ๒๕๖๕ โดยเป็นการประชุมคู่ขนานในงานประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกครั้งที่๗ (The 7th Asia Pacific Geoparks Network (APGN) Symposium) ระหว่างวันที่๔ -๑๑กันยายน๒๕๖๕ณอุทยานธรณีโลกสตูลจังหวัดสตูล พิจารณารับรองให้อุทยานธรณีโลกสตูลเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกต่ออีก ๔ ปี
  • ๕. ยูเนสโกได้มีจดหมายแจ้งผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยได้รับรองให้อุทยานธรณีโลกสตูลเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘

การเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ ๗ (The 7th Asia Pacific Geoparks Network Symposium)

กรมทรัพยากรธรณีร่วมจัดประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกครั้งที่๗ (The 7thAsia Pacific Geoparks Network (APGN) Symposium)ระหว่างวันที่ ๔ – ๑๑ กันยายน ๒๕๖๕ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา วิทยาเขตละงู อุทยานธรณีโลกสตูล จังหวัดสตูลโดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน ๔๒๓ คนแบ่งเป็น Online จำนวน ๑๕๗ คนและ Onsite จำนวน๒๖๖ คน

กิจกรรมในการประชุมฯ ประกอบด้วย การประชุมคู่ขนาน การประชุมวิชาการ จีโอแฟร์นิทรรศการที่
จับต้องไม่ได้ การทัศนศึกษา โดยมีรายละเอียดดังนี้

การประชุมคู่ขนาน ประกอบด้วย

  • ๑) การประชุมสภาอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks Council Meeting)เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาและรับรองผลการประเมินอุทยานธรณีโลกของยูเนสโกสำหรับประเทศไทยมีอุทยานธรณีโคราชที่เข้ารับการพิจาณาเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก และอุทยานธรณีโลกสตูลที่ขอรับการประเมินซ้ำ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาดังกล่าวจะพิจารณารับรองและประกาศอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการบริหารของยูเนสโกในเดือนเมษายน ๒๕๖๖ ต่อไป
  • ๒) การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (APGN Advisory Committee)โดยพิจารณาเจ้าภาพจัดประชุมAPGN ครั้งที่ ๘ ใน พ.ศ. ๒๕๖๗ ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบให้อุทยานธรณีโลกNon nuoc Cao Bang ประเทศเวียดนาม เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งต่อไป
  • ๓)  การประชุมคณะกรรมการประสานงานเครือข่ายอุทยานธรณีโลกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (APGN Coordination Committee)โดย Jin Xiaochiผู้ประสานงานของคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ (AC Coordinator)เป็นผู้รายงานผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๒ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๕ และผู้แทนกรรมการประสานงานฯ ของแต่ละประเทศสมาชิกจำนวน๘ ประเทศ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทย นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือ ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโลกสตูล เป็นผู้แทนกรรมการประสานงานฯ ของประเทศไทยนำเสนอผลการดำเนินงานของประเทศไทยที่ผ่านมานอกจากนี้ มีการเลือกตั้งผู้ประสานงานของคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ (AC Coordinator) ผู้ช่วยผู้ประสานงานของคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ (AC Vice Coordinators) และกรรมการที่ปรึกษาฯ (AC members) โดยนายสมหมาย เตชวาล ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้แทนของประเทศไทย
  • ๔)  การประชุมเวทีเยาวชนอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (Youth Forum) มีการนำเสนอและหารือเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเวทีเยาวชนอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานของอุทยานธรณีประเทศไทยและเยาวชนในแต่ละอุทยานธรณี
  • ๕)  การประชุมคณะผู้บริหารเครือข่ายอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (Executive Board Meeting)
  • ๖)  การหารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างอุทยานธรณีโคราชและอุทยานธรณีโลก Non Nuoc Cao Bang ประเทศเวียดนาม เกี่ยวกับการดำเนินงานและกิจกรรมด้านการศึกษาและการท่องเที่ยวร่วมกัน
  • ๗)  การหารือเกี่ยวกับธรณีพิบัติภัยในพื้นที่อุทยานธรณี ระหว่างประเทศไทย สหพันธรัฐมาเลเซีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และประเทศญี่ปุ่นโดยแต่ละประเทศได้นำเสนอกรณีศึกษาธรณีพิบัติภัยที่เกิดขึ้น

ในอุทยานธรณี ซึ่งประเทศไทยได้นำเสนอเกี่ยวกับธรณีพิบัติภัยของประเทศในภาพรวม บทบาทของกรมทรัพยากรธรณี และกรณีศึกษาหินถล่มบริเวณปราสาทหินพันยอด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้หารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาการในด้านธรณีพิบัติในพื้นที่อุทยานธรณีในอนาคตต่อไป

การประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “UNESCOGlabal Geoparks: Building Sustainable Communities”โดยมีผู้สนใจส่งบทความทางวิชาการ จำนวน ๑๓๕บทความ แบ่งออกเป็น ประเภทบรรยาย (Oral Presentation)จำนวน ๑๐๑บทความ และประเภทโปสเตอร์ (Poster Presentation) จำนวน ๓๔บทความทั้งนี้ ประเทศไทยได้นำเสนอบทความทางวิชาการ จำนวน ๓๒บทความ ประกอบด้วย ผู้แทนจากอุทยานธรณีระดับท้องถิ่นและระดับประเทศไทย มหาวิทยาลัยและหน่วยงายภาครัฐ

จีโอแฟร์ เป็นการจัดบูธของอุทยานธรณีและวิสาหกิจชุมชนจากอุทยานธรณีทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนความรู้และสินค้าของแต่ละอุทยานธรณี

นิทรรศการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) โดยมีอุทยานธรณีทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมจัดแสดงนิทรรศการ จำนวน ๑๒ราย

การทัศนศึกษาประกอบด้วย ๓ เส้นทาง ได้แก่ The longest sea cave and abundant biodiversity trail, Karst morphology to the coast of two periods trail และLand of Paleozoic history and intangible heritage trail

Satun Geopark Map (3)